หลายท่านอาจคิดว่าตู้เซฟบ้านมีไว้เพื่อเก็บเครื่องประดับหรือเงินสดเท่านั้น แต่จริงๆแล้วมีหลายอย่างที่เราสามารถนำไปเก็บในตู้เซฟได้ ซึ่งนอกจากช่วยรักษาความปลอดภัยให้ทรัพย์สินแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาในการหาของเมื่อยามจำเป็นหรือมีเหตุฉุกเฉินอีกด้วย

.

1.เอกสารการประกันทรัพย์สินและข้อมูลติดต่อตัวแทน

คุณจำเป็นต้องใช้เอกสารและข้อมูลเหล่านี้ในการยื่นคำร้องทันทีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดกับบ้านเรือนของคุณ



2.หนังสือเดินทางและสูติบัตรต้นฉบับ

การเก็บสองสิ่งนี้ไว้ด้วยกัน จะช่วยประหยัดเวลาได้มากในการเตรียมเอกสารเพื่อติดต่อขอเดินทางออกนอกประเทศ



3.รายชื่อแพทย์ประจำตัวของสมาชิกภายในบ้าน ยาที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์ และข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลหรือร้านขายยาที่คุณใช้บริการ

เพราะคุณอาจจะต้องใช้เอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานในการขอจ่ายยาในครั้งต่อไป หรือเมื่อต้องถูกส่งตัวเข้ารักษาอย่างฉุกเฉิน



4.แผ่นซีดี หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นๆที่รวบรวมภาพถ่ายและวีดีโอของครอบครัว

และขอแนะนำว่าควรสแกนรูปเก่าๆของครอบครัวเก็บเป็นไฟล์ดิจิตอลสำรองไว้ด้วยเช่นกัน เพราะหากวันเวลาผ่านไป รูปถ่ายอาจจะเลือนรางจนมองไม่เห็น แต่ไฟล์ดิจิตอลจะยังคงอยู่และสามารถนำความทรงจำต่างๆกลับมาได้อีกครั้ง



5.กุญแจของตู้เซฟฝากเงินในธนาคาร

สำหรับผู้ที่ใช้บริการตู้เซฟฝากเงินในธนาคาร ควรจะต้องมั่นใจว่าเก็บกุญแจไว้ในที่ๆปลอดภัยที่สุด



6. เอกสารเกี่ยวกับการลงทุน การวางแผนเกษียณ บัญชีธนาคาร รวมถึงเงินสดสำรองจำหนึ่งในกรณีฉุกเฉิน



7.ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินคงค้าง วันครบกำหนดจ่าย และข้อมูลติดต่อของผู้เกี่ยวข้อง

หากเกิดเพลิงไหม้ขึ้น อย่างน้อยคุณก็จะยังมีหลักฐานทางการเงินเพื่อปกป้องเครดิตของคุณ



8.ต้นฉบับบัตรประกันสังคม

เพราะหากบัตรนี้สูญหายหรือชำรุด คุณอาจจะต้องเสียเวลาอย่างมากในการยื่นเรื่องเพื่อขอทำบัตรใหม่



9.เอกสารสำคัญทางกฎหมายต่างๆ เช่น หนังสือมอบอำนาจ พินัยกรรมชีวิต รวมถึงรายละเอียดของบุคคลหรือบริษัทดูแลสุขภาพที่มีอำนาจตัดสินใจแทนในกรณีที่คุณอยู่ในภาวะที่ร่างกายไม่สามารถตัดสินใจได้



10.สำเนาของพินัยกรรมทั้งหมดที่คุณได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก



11.ทรัพย์สินมีค่าต่างๆ เช่น เครื่องประดับ เหรียญหรือธนบัตรสะสม ฯลฯ



12.กุญแจสำรองพร้อมชื่อรุ่นและเลขทะเบียนของยานพาหนะทุกคันของคุณ